ฮีโร่ไม่อิงนิยายเผยวีรกรรมกล้า ‘หมอแชมป์’ ไม่กลัวตายขอช่วยจนนาทีสุดท้าย

ฮีโร่ไม่อิงนิยายเผยวีรกรรมกล้า ‘หมอแชมป์’ ไม่กลัวตายขอช่วยจนนาทีสุดท้าย

ทำเอาชาวเน็ตต่างสะเทือนใจ พร้อมช่วยภาวนาของให้พบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติม หลังเกิดเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัย อับปางจมใต้ทะเล เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา กองทัพเรือ สนธิกำลังทุกภาคส่วน เร่งค้นหา 23 กำลังพล ที่ยังคงสูญหายนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสแชร์เรื่องราววีกรรมความกล้าของ พ.จ.อ.คุณากร จริยศ หรือ หมอแชมป์ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก @วู๊ดดี้ กวีวัธน์ บุญเดช ระบุว่า”เรื่องจริง ที่ไม่ใช่นิยาย” ร.ล.สุโขทัย มี พันจ่าแพทย์ประจำเรืออยู่คนหนึ่ง ชื่อว่า พ.จ.อ.คุณากร จริยศ หรือ หมอแชมป์ ที่ประจำเรือเรียกกัน พวกน้องๆ พลทหาร มักจะเรียกกันว่าตอนหมอ (พ.จ.อ. = นายตอน มักเรียกสั้นๆ ว่า ตอน)
ขณะเกิดเหตุ ด้วยความที่นิสัยส่วนตัว มีความรักในอาชีพ และตระหนักในความเป็นหมอ (ไม่ได้จบแพทย์ แต่จบหลักสูตรพยาบาลกองทัพเรือ เมื่อมาประจำในหน่วย คนมักจะเรียกกันว่าหมอ มีหน้าที่ดูแลอาการป่วยเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาล) ในขณะที่ทุกคนเริ่มคิดถึงการเอาตัวรอด ทุกคนถอดรองเท้า เสื้อผ้าหนักๆ ออก เพื่อเตรียมพร้อมหลังจากเรือเอียงจนใกล้จะอับปางเต็มที แต่น้องหมอแชมป์ กลับแบก กระเป๋าพยาบาลใบใหญ่ติดตัวไปด้วย โดยไม่ได้ห่วงว่ามันจะหนัก หรือมันจะถ่วงจนน้องจมน้ำ หวังเพียงว่าจะใช้มันช่วยเหลือคนอื่นได้ เมื่อต้องสละเรือ น้องแชมป์ พาพลทหารมาด้วย 1 คน และ สรั่งกล (รองหัวหน้าแผนกช่างกล ดูแลเรือเรื่องเครื่องยนต์ในเรือ ซึ่งส่วนใหญ่อายุจะอาวุโสระดับ 50+)

ในกลุ่มของน้องแชมป์ 3 คน เป็นกลุ่มแรกๆ ที่สละเรือ ประกอบด้วย น้องแชมป์ พลทหาร 1 คน และสรั่งกล มาด้วยชูชีพ 2 ตัวเท่านั้น จึงใช้วิธีการแชร์เสื้อชูชีพ และจับมือกันเป็นวง และลอยตัว หมอแชมป์ เคยฝึกและได้รับการอบรม ในการช่วยเหลือชีวิต และเอาชีวิตรอด มาหลายหลักสูตร จึงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการที่จะนำพา ชีวิตที่เหลือ ให้รอดไปให้จงได้ จนกลุ่มของหมอแชมป์ ลอยมาเจอพลทหารคมกริช ที่ลอยน้ำอยู่อีกคนหนึ่ง“มาจับมือตอนนี่”คำบอกเล่าจาก พลทหาร คมกริช พลแตร ร.ล.สุโขทัย ที่รอดชีวิต มาจากการช่วยเหลือของน้องแชมป์ เล่าให้ฟัง“ตอนหมอ ตะโกนบอกให้ผมมาจับมือแกไว้ ตอนนั้นแกก็มาพร้อมน้องทหารอีกคนที่ไม่มีชูชีพ และก็สรั่งกล พร้อมกับกระเป๋าแพทย์”

“แกบอกผมว่า ร่วมกลุ่มกันไว้ มีชูชีพ ไม่จม”

“ผมถามแกว่า ตอนหมอ จะไปทางไหนดี แกว่ามาทางนี้ แล้วก็พาพวกเราทั้ง 4 ชีวิต ลอยตามกระแสน้ำและคลื่นที่รุนแรงไป”

จนในที่สุด ทั้ง 4 ชีวิต ก็มีความหวังที่จะรอดชีวิต เมื่อเห็น ร.ล.กระบุรี ที่ออกมาค้นหา แล่นเข้ามาใกล้ และเห็นพวกเขาทั้ง 4 แล้ว
“เราว่ายมาทางท้ายเรือ ไม่งั้น เรืออาจจะชนเราได้” เสียงตอนหมอ ตะโกนบอกคนในกลุ่ม แล้วว่ายพาทั้งหมด ไปทางท้าย ร.ล.กระบุรี ระหว่างที่เรือแล่นเข้ามาใกล้เพื่อจะช่วยเหลือ“สรั่งกล” ที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม เหมือนจะหมดแรง และไปต่อไม่ไหว ด้วยสภาพร่างกาย ที่ต้องสู้กับคลื่นทะเลที่หนักหน่วง คลื่นได้ซัดเอาสรั่งกล หลุดออกไปจากกลุ่ม และ…จมหายไปต่อหน้า….

ร.ล.กระบุรี ได้เข้าให้การช่วยเหลือ ทั้ง 3 ขึ้นมาบนเรือ ทั้ง 3 นอนพักเหนื่อยจากความอ่อนเพลีย แต่จิตใจนั้น แตกสลายกว่าร่างกายนัก เพราะต้องเห็นเพื่อน พี่ น้อง จมไปต่อหน้าต่อตาแบบที่ไม่สามารถทำอะไรได้ เมื่อนอนนิ่งๆ อยู่สักพัก หมอแชมป์ ก็ลุกขึ้นมา แล้วบอกกับ พลทหาร คมกริช ว่า “ถอดเสื้อชูชีพ ให้พี่ พี่จะไปช่วยคนอื่น” เมื่อถอดชูชีพให้หมอใส่แล้ว หมอก็นำ กระเป๋าแพทย์ ไปเก็บไว้ที่ห้องเมส ร.ล.กระบุรี ตอนเช้าทุกคนพบเพียงแต่กระเป๋าของหมอแชมป์ แต่ไม่มีใครเห็นตัว หมอแชมป์อีกเลย

จนเรือเข้าเทียบ เพื่อส่งลูกเรือที่เก็บขึ้นเรือได้ในรอบแรก 75 คน ขึ้นฝั่งที่บางสะพาน ในรายชื่อ ผู้ที่ปลอดภัยแล้ว มีชื่อของ พ.จ.อ.คุณากร จริยศ อยู่ ทำให้ญาติ ที่ตามข่าวอยู่ ดีใจ ว่า หมอแชมป์ ยังปลอดภัย บวกกับในรายชื่อผู้สูญหาย 30 ราย (ในตอนแรก) ไม่มีชื่อหมอแชมป์ในตอนนั้น ทำให้ทุกคนเบาใจ ว่าหมอแชมป์ไม่เป็นอะไร

“แต่จนบัดนี้ พี่ๆ น้องๆ ที่รอดชีวิตมา คนบน ร.ล.กระบุรี ก็ยังไม่มีใครเห็นหมอแชมป์ เพื่อนๆ ญาติๆ ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากหมอแชมป์ ไม่มีในรายชื่อผู้สูญหาย แล้วหมอแชมป์หายไปไหน ได้แต่หวังว่า ด้วยความดี ความเสียสละที่น้องทำมา ขอให้ไม่ให้เกิดเรื่องร้ายกับน้อง และให้น้องปลอดภัยกลับมาได้ด้วยเถิด…ทุกคนรออยู่นะน้อง” ข่าวล่าสุดวันนี้ เหมือนจะพบร่าง สรั่งกล แล้ว…แต่ยังไม่พบน้องแชมป์เลย… “พวกเรา ถึงแม้จะเป็นเพียงนายทหารประทวนเล็กๆ จาก รร.จ่าทหารเรือ แต่พวกเรายึดถือว่า คุณค่าของทุกชีวิต มีค่าเท่ากันเสมอ”

ขแบคุณภาพและข้อมูลจาก @วู๊ดดี้ กวีวัธน์ บุญเดช

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *